คลังเก็บป้ายกำกับ: เศรษฐกิจและธุรกิจ

โคโรน่าฝั่งประเทศยุโรป

สถานการณ์ไข้โคโรน่า ทางฝั่งประเทศยุโรป

โคโรน่าฝั่งประเทศยุโรป จากพิษไข้โคโรน่า หรือไข้โควิด19 ที่เริ่มต้นจากประเทศจีน ฝั่งภูมิภาคเอเชีย เมื่อปลายปีที่แล้ว จนขยายวงกว้างออกไปที่ประเทศยุโรป และทวีปอเมริกาในลำดับต่อมา ทำให้กระแสการแผ่ระบาดนั้นขยายวงกว้างขึ้นไปเรื่อยๆ และแหล่งท่องเที่ยวหรือประเทศที่มีผู้คนเดินทางไปท่องเที่ยวในฝั่งประเทศยุโรปนั้น

ต้องเผชิญปัญหากับภาวะวิกฤตนี้กันอย่างหนัก ซึ่งแต่ละประเทศจะมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดนี้แตกต่างกันออกไปตามนโยบายของประเทศตัวเอง อย่างเช่นประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีมาตรการให้ประชาชนฝรั่งเศส ซึ่งหากจะเดินทางออกจากบ้านจะต้องพกเอกสารเพื่อแสดงเหตุผลด้วยว่าออกจากบ้านไปทำอะไร

และถ้าหากไม่มีเอกสารยืนยัน หรือแสดงเหตุผลนี้ จะต้องถูกปรับเงิน 135 ยูโร หรือเกือบห้าพันบาทเลยทีเดียว โทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งรัฐบาล โดยมาตรการนี้ได้มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประกาศสงครามป้องกันการแพร่ระบาดของไข้โควิด19 นี้ และได้มีคำสั่งให้ประชาชนฝรั่งเศส พักอยู่แต่ในบ้าน

และมีการเดินทางเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งจากสถานการณ์ล่าสุดในประเทศฝรั่งเศสนั้น มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 17 ในหนึ่งวัน ซึ่งตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อมีมากกว่า 7,700 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 27 ราย

รวมทั้งสิ้นมีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 175 ราย โดยร้อยละเจ็ด เป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่าหกสิบห้าปี แถมยังมีผู้ที่ติดเชื้อแล้วมีอาการหนักเกือบ หกร้อยเก้าสิบเก้ารายด้วย

ส่วนที่ประเทศอังกฤษนั้น ก็มีผุ้เสียชีวิตแล้วเจ็ดสิบเอ็ดราย และรัฐบาลของอังกฤษก็ได้ขอความร่วมมือ ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมทางสังคม และให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านและหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน และเดินทางเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ทางรัฐบาลอังกฤษเอง ก็ได้มีมาตรการช่วยเหลือทางการเงินให้กับประชาชน เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้ และช่วยแบ่งเบาภาระที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19

ส่วนในฝั่งของประเทศเสปนนั้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มพุ่งขึ้นสูงกว่า สองพันราย และมียอดผู้ติดเชื้อรวมกว่า หนึ่งหมื่นหนึ่งพันรายเข้าไปแล้ว ทำให้สเปน ต้องทำการปิดประเทศ และกลายเป็นประเทศในฝั่งทวีปยุโรปที่ได้รับผลกระทบหนักสุดรองจากประเทศอิตาลี โดยช่วงที่ผ่านมานั้น ประเทศสเปน เริ่มห้ามรถยนต์จากประเทศฝรั่งเศสและประเทศโปรตุเกสขับผ่านเข้ามาพรมแดนของประเทศเสปนแล้ว จะมีแต่พลเมืองเสปนเท่านั้นที่จะผ่านเข้ามายังประเทศของตนเองได้ 

ซึ่งหากดูจากภาพรวมในฝั่งประเทศของทวีปยุโรปนั้น ก็ถือว่าได้รับผลกระทบและอาการก็ถือว่าสาหัสไม่น้อยไปกว่าฝั่งทวีปเอเชียเลย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันต่างประเทศ ถูกกฎหมาย

โครงสร้างองค์กร

การจัดการโครงสร้างองค์กร

โครงสร้างองค์กร มากมายเกิดขึ้นในปัจจุบันและไม่คงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากองค์กรต่างๆประกอบด้วยผู้คนมากมายหรือความคิดมากมายที่เข้ามารวมกันในองค์กรเดียวกัน ในด้านความสามารถเฉพาะทางรวมถึงความถนัดทางด้านสิ่งต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์การใช้บุคคลต่างๆที่นำมาใช้งานให้ตรงกับสิ่งที่เขาถนัดไม่ว่าจะเป็นงานชั่วคราวหรืองานที่ต้องทำเป็นหลัก การแบ่งกลุ่มหรือการทำสิ่งที่ผู้คนมากมายมีความถนัดถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากหากมีความสัมพันธ์ที่ดีในบริษัทจะทำให้การทำงานมีบรรยากาศที่น่าทำงาน สิ่งเหล่านี้เองจึงมีความสำคัญของความสัมพันธ์ภายในองค์กรและสมาชิกต่างๆ

ภายในองค์กร เพื่อให้ทุกคนในองค์กรทำงานตามจุดมุ่งหมายเดียวกันสิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญว่าใครต้องทำงานสิ่งใดเป็นหลักและบุคคลเหล่านั้นประสานงานเพื่อให้การทำงานราบรื่นจำเป็นต้องใช้บุคลากรมากมายที่มีความถนัดในงานนั้นๆรวมถึง บุคคลที่มีความถนัดในการประสานงานหรือนำงานเหล่านั้นสานต่อวางแผนงานได้เป็นอย่างดี คนที่ทำงานต่างๆต้องรู้งานตัวเองว่าต้องทำอะไรรวมถึงจุดเป้าหมายสูงสุดของแผนกหรือสาขาอื่นที่รับผิดชอบ

การวางตัวแบ่งงานความสัมพันธ์ต่างๆเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากของสมาชิกในองค์กรนั้นๆในส่วนนี้จะต้องมีผู้ที่จัดการระบบต่างๆในความสัมพันธ์ นี่เองคือความหมายของการสร้างโครงสร้างของงานที่ได้รับผิดชอบที่ต้องมีผู้ที่ทำในงานที่ตนเองถนัดหรือเป็นผู้ที่ประสานงานอยู่ตลอดเวลา

เพื่อให้งานดำเนินไปได้โดยบรรลุเป้าหมายเดียวกันการทำงานอย่างนี้ไม่ง่ายเลยที่จะมีการแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่นั่นคือโครงสร้างขององค์ที่ไม่มีแบบแผนคือการกระจายงานต่างๆ โดยให้ผู้ที่ถนัดงานนั้นทำและรับผิดชอบกับงานที่ตัวเองทำอย่างที่ 2 นั่นก็คือ การวางระบบอย่างมีแบบแผนวางแผนอย่างชัดเจนว่าใครทำงานอะไรอยู่ตำแหน่งอะไรมีความรับผิดชอบอย่างไร

รวมถึงงานเหล่านั้นจะนำมาถูกรวบรวมโดยใครและเป้าหมายที่ได้รับ สมาชิกต่างๆจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างชัดเจนว่าเป็นการทำงานในลักษณะใดจึงจะสามารถระบุผู้ที่ทำงานหรือกฎเกณฑ์ต่างๆให้รู้หน้าที่ของสิ่งต่างๆในองค์กรได้เพราะสิ่งต่างๆในองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไม่มีรูปแบบที่เป็นสูตรสำเร็จ

และปัจจุบันจึงมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาภายในองค์กรที่ได้รับงานของคนนั้นๆ และพัฒนาศักยภาพในการทำงานของตัวเองเพิ่มมากขึ้นรู้หน้าที่ในการทำงานจะทำให้การทำงานเหล่านั้นเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถสมาชิกในองค์กรจึงมีความสำคัญอย่างมากในการทำงานของตัวเองให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดขององค์กรนี่คือการวางโครงสร้างขององค์กรและการจัดการภายในองค์กรที่ถูกต้อง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

การจับมือ

จับมือแบบไหนที่เรียกว่าทักทายอย่างเป็นมิตร

การจับมือ เป็นวัฒนธรรมการทักทายและอำลาของชาวต่างชาติ แต่กลับเป็นที่นิยมในหลายประเทศที่มีอารยะด้วยเพราะว่า ประเทศเหล่านี้จะต้องติดต่อคบค้าสมาคมกับชาวต่างชาติบ่อยครั้งจึงซึมซับวัฒนธรรมเหล่านี้ไปใช้ด้วย แต่การที่เราจะจับมือกับใครแบบสุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่รู้ความหมายที่แท้จริงก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

ลักษณะของการจับมือทักทายมีหลายรูปแบบซึ่งแสดงถึงอารมณ์และความต้องการของผู้ที่กำลังจะทักทาย โดยส่วนมากเมื่อมีการจับมือจะต้องมีการเขย่ามือไปด้วย ไม่ได้เขย่าเพื่อเล่นสนุกแต่เป็นรูปแบบหนึ่งที่ส่วนใหญ่เขาทำกัน ซึ่งตรงกันข้ามกับการจับมือที่นิ่งๆ จับเฉยๆ นุ่มนวล มันแสดงถึงความเกรงกลัวและอ่อนแอของผู้จับมือ ดังนั้นอย่าแสดงความอ่อนแอในลักษณะนี้ผ่านการจับมือเป็นอันขาด อีกรูปแบบหนึ่งคือการจับมือที่แสดงออกถึงความก้าวร้าว แสดงออกมาผ่านการบีบมือฝ่ายตรงข้ามซึ่งก็ระวังจะโดนสวนหมัดโดยไม่ทันตั้งตัว

ลักษณะการวางมือก็เป็นนัยหนึ่งของการจับมือ โดยถ้าจับมือโดยพยายามวางมือให้โน้มลงมาจับกับอีกฝ่ายลักษณะเช่นนี้แสดงถึงผู้ที่กำลังถูกจับมืออยู่ในฐานะที่ด้อยกว่าหรือมีอำนาจที่น้อยกว่า ดังนั้นควรจับมือให้อยู่ในรับเดียวกัน อีกอย่างสามารถเอาไว้สังเกตได้ด้วยว่าคนที่กำลังเข้ามาทักทายเรา เข้าหาเราแบบมิตรหรือศัตรูผ่านการจับมือ ไม่ใช่ว่าใครเดินมาจับมือก็ถือว่ามาดีไปซะทุกคน

ระวังให้ดีถ้าคุณจะจับมือกับคนที่เจอกันเป็นครั้งแรก วัฒนธรรมนี้ต่างจากการไหว้แบบไทยที่ไม่ว่าจะเดินเจอใครก็ตามสามารถไหว้ได้ทุกคน ซึ่งสำหรับชาวต่างชาติแล้วการจับมือกับคนแปลกหน้า คนที่ถูกจับมือต้องรู้ตัวก่อน เขาถึงจะยอมรับการทักทายด้วยการจับมือ แต่ถ้าอยู่ดีๆคุณเดินเข้าไปแล้วคว้ามือใครก็ไม่รู้ขึ้นมาจับเลย คุณอาจจะถูกปฏิเสธหรือแสดงความโกรธออกมาก็เป็นได้ 

ระยะห่างในขณะที่กำลังจับมือก็สามารถสื่อถึงอะไรบางอย่างได้ด้วย บางคนยื่นแขนออกมายาวๆและใช้การโน้มตัวลงมาเพื่อทำการจับมือ ไม่ใช่เพราะเขาอยากยืดแขนออกมาเฉยๆแต่มันสื่อว่า “อย่าล่วงล้ำมาในอาณาเขตของเราเด็ดขาด”

เห็นไหมว่า การจับมือมันสื่อความหมายได้หลายอย่าง คุณสามารถใช้อ่านคนที่กำลังจะเข้ามาหาและในขณะเดียวกันก็สามารถใช้เพื่อส่งสัญญาณให้กับคนที่เรากำลังจะเข้าทักทายได้อีกด้วย เมื่อไหร่ที่เราต้องใช้การทักทายและอำลาแบบนี้ลองฝึกและใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ จะได้ทักทายได้อย่างสนิทใจ

สถานการณ์โควิด

หากสถานการณ์โควิดไม่ดีขึ้น อาจมีผู้ป่วยติดไข้โควิดถึง 16.7 ล้านคน

สถานการณ์โควิด จากผลพิษไข้โควิด19 ที่มีการกระจายขยายวงกว้างไปทั่วโลกนั้น ปัจจุบัน มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตัวนี้แล้วถึงสามสิบหกประเทศ ประกอบไปด้วย จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินเดีย อิหร่าน มาเลเซีย ออสเตรเลีย เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อียิปต์ อิสราเอล รัสเซีย ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม กัมพูชา โครเอเชีย โอมาน คูเวต บาห์เรน อิรัก ฟินแลนด์ อัฟกานิสถาน ศรีลังกา เนปาล เลบานอน สวีเดน สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เสปน และอังกฤษ

ซึ่งแต่ละประเทศก็มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดต่างๆ กันไป สถานการณ์โควิด ตามนโยบายของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการปิดประเทศ ปิดสถานที่สำคัญต่างๆ เช่นการปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัย ยกเลิกพิธีกรรมทางศาสนา ยกเลิกกิจกรรมทางด้านกีฬา และการแสดงสินค้า เพื่อมีความพยายามในการควบคุมโรค อย่างไรก็ตามจากข่าวที่ออกมาเรื่อยของแต่ละประเทศนั้น ยังคงพบว่า ยังมีการแพร่ระบายและกระจายเชื้อไข้ไวรัสนี้ออกไปเรื่อยๆ

ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งยังมีคนที่ไม่ทำตามนโยบายและแผนการตามที่รัฐบาลของประเทศตัวเองได้ขอร้อง จึงเป็นเหตุให้สำนักงานวิจัยนี้โดยตรง ได้ลองนำเทคนิคการคำนวณการคาดระบาดของไข้โควิดเข้ามาทดสอบและคำนวณตัวเลขคร่าวๆ โดยพิจารณาจากความสามารถในการแพร่เชื้อจากผู้ติดเชื้อไปสู่คนอื่นๆ ซึ่งการเปรียบเทียบนั้นถูกแบ่งออกเป็นสามสถานการณ์คือ

หนึ่ง สถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ และเกิดการแพร่ระบาดแบบรุนแรง ระลอกเดียว โดยใช้อัตราส่วน 1 คนแพร่เชื้อ 2.2 คน และคำนวณจนถึงเดือนสิงหาคมนั้น จะมีผู้ป่วยรวมทั้งสิ้นถึง 16.7 ล้านคนทีเดียว

สอง หากการควบคุมโรคนี้สามารถชะลอการระบาดได้พอสมควร และได้รับความร่วมมือที่ดีจากประชาชน จะทำให้มีอัตราการติดเชื้อที่ลดลงมา และจะทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดนี้อยู่ที่ประมาณ 3.3 ล้านคน

สาม หากสถานการณ์นั้นควบคุมได้ดีนั้น จะทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ และจะมีการรักษาประกอบร่วมไปด้วย ซึ่งในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้จะทำให้สถานการณ์ควบคุมโรค และจะมีผู้ป่วยที่ติดเชื้ออยู่แค่ 9,000 คน เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นอัตราตัวเลขที่มีความเป็นไปได้สูง แต่สุดท้ายแล้วนั้น สำนักวิจัยโรคไข้โควิด19 นี้

ได้ทำการคำนวณ จากสถิติ และผลวิจัยเท่านั้น ซึ่งไม่อาจยืนยันได้ว่าจะเป็นจริงตามที่ได้มีผลคำนวณออกมา ดังนั้นสุดท้ายแล้ว ตัวเราทุกๆคน คงต้องช่วยกันป้องกัน และระมัดระวังไม่ให้มีการแพร่กระจายไปมากกว่านี้ เพราะถ้าขืนทุกคนยังไม่ช่วยกันนั้น อาจจะทำให้ตัวเลขในสถานการณ์ที่หนึ่งที่มีภาวะรุนแรง อาจเป็นตัวเลข 16.7 ล้านคนตามที่ได้คำนวณออกมาจริงๆ ก็เป็นไปได้