สถานการณ์โควิด

หากสถานการณ์โควิดไม่ดีขึ้น อาจมีผู้ป่วยติดไข้โควิดถึง 16.7 ล้านคน

สถานการณ์โควิด จากผลพิษไข้โควิด19 ที่มีการกระจายขยายวงกว้างไปทั่วโลกนั้น ปัจจุบัน มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตัวนี้แล้วถึงสามสิบหกประเทศ ประกอบไปด้วย จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินเดีย อิหร่าน มาเลเซีย ออสเตรเลีย เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อียิปต์ อิสราเอล รัสเซีย ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม กัมพูชา โครเอเชีย โอมาน คูเวต บาห์เรน อิรัก ฟินแลนด์ อัฟกานิสถาน ศรีลังกา เนปาล เลบานอน สวีเดน สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เสปน และอังกฤษ

ซึ่งแต่ละประเทศก็มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดต่างๆ กันไป สถานการณ์โควิด ตามนโยบายของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการปิดประเทศ ปิดสถานที่สำคัญต่างๆ เช่นการปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัย ยกเลิกพิธีกรรมทางศาสนา ยกเลิกกิจกรรมทางด้านกีฬา และการแสดงสินค้า เพื่อมีความพยายามในการควบคุมโรค อย่างไรก็ตามจากข่าวที่ออกมาเรื่อยของแต่ละประเทศนั้น ยังคงพบว่า ยังมีการแพร่ระบายและกระจายเชื้อไข้ไวรัสนี้ออกไปเรื่อยๆ

ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งยังมีคนที่ไม่ทำตามนโยบายและแผนการตามที่รัฐบาลของประเทศตัวเองได้ขอร้อง จึงเป็นเหตุให้สำนักงานวิจัยนี้โดยตรง ได้ลองนำเทคนิคการคำนวณการคาดระบาดของไข้โควิดเข้ามาทดสอบและคำนวณตัวเลขคร่าวๆ โดยพิจารณาจากความสามารถในการแพร่เชื้อจากผู้ติดเชื้อไปสู่คนอื่นๆ ซึ่งการเปรียบเทียบนั้นถูกแบ่งออกเป็นสามสถานการณ์คือ

หนึ่ง สถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ และเกิดการแพร่ระบาดแบบรุนแรง ระลอกเดียว โดยใช้อัตราส่วน 1 คนแพร่เชื้อ 2.2 คน และคำนวณจนถึงเดือนสิงหาคมนั้น จะมีผู้ป่วยรวมทั้งสิ้นถึง 16.7 ล้านคนทีเดียว

สอง หากการควบคุมโรคนี้สามารถชะลอการระบาดได้พอสมควร และได้รับความร่วมมือที่ดีจากประชาชน จะทำให้มีอัตราการติดเชื้อที่ลดลงมา และจะทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดนี้อยู่ที่ประมาณ 3.3 ล้านคน

สาม หากสถานการณ์นั้นควบคุมได้ดีนั้น จะทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ และจะมีการรักษาประกอบร่วมไปด้วย ซึ่งในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้จะทำให้สถานการณ์ควบคุมโรค และจะมีผู้ป่วยที่ติดเชื้ออยู่แค่ 9,000 คน เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นอัตราตัวเลขที่มีความเป็นไปได้สูง แต่สุดท้ายแล้วนั้น สำนักวิจัยโรคไข้โควิด19 นี้

ได้ทำการคำนวณ จากสถิติ และผลวิจัยเท่านั้น ซึ่งไม่อาจยืนยันได้ว่าจะเป็นจริงตามที่ได้มีผลคำนวณออกมา ดังนั้นสุดท้ายแล้ว ตัวเราทุกๆคน คงต้องช่วยกันป้องกัน และระมัดระวังไม่ให้มีการแพร่กระจายไปมากกว่านี้ เพราะถ้าขืนทุกคนยังไม่ช่วยกันนั้น อาจจะทำให้ตัวเลขในสถานการณ์ที่หนึ่งที่มีภาวะรุนแรง อาจเป็นตัวเลข 16.7 ล้านคนตามที่ได้คำนวณออกมาจริงๆ ก็เป็นไปได้