ชิม ชอป ใช้ ที่ฮือฮากันในตอนนี้

โครงการชิมช้อปใช้ได้ผลจริงหรือเปล่า

โครงการนี้เป็นโครงการของรัฐบาลที่ผลักดันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นโดยหลักการก็คือรัฐบาลจะให้เงิน 2 บาทให้กับประชาชนโดยตรงใส่กระเป๋าตังค์อิเล็กทรอนิกส์แล้วเวลาคนที่ไปใช้ซื้อของไปกินไปเที่ยว เวลาใช้จ่ายก็จะต้องใช้จ่ายมากกว่า 2 บาท อาจจะเป็นใช้จ่าย 5 บาท  10 บาท

การลงผลก็คือคนจะออกมาใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ทำให้เศรษฐกิจถูกกระตุ้นราวกับช็อตไฟฟ้าทำให้ฟื้นคืนอีกรอบ โครงการชิมช้อปใช้ เปิดให้ผู้ใช้มากกว่า ล้านคนสามารถลงทะเบียนเพื่อรับเงิน  1,000 บาท เข้าสู่ Application เป๋าตัง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้จ่าย

โครงการนี้ถูกผลักดันโดยรัฐบาลร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ผลิต Application  ให้ประชาชนไปใช้ โครงการไม่ได้หวังผลเพียงแค่ให้คนออกมาใช้จ่าย แต่ยังเป็นการบังคับๆในการให้คนเรียนรู้เข้าถึงความรู้ใหม่ๆการใช้เครื่องมือออนไลน์ ในการซื้อจ่ายรับเงินจ่ายบิล คล้ายกับประเทศจีนที่มีการผลักดันเลิกใช้เงินสดและจ่ายผ่าน Application ที่ชื่อว่า อาลีเพย์

ถ้าคุณลองไปประเทศจีนคุณต้องการซื้อเสื้อตัวละ 80 บาทและคุณจ่ายเงินไป 100 บาท  บาทพ่อค้าจะบอกคุณว่าเขาไม่สามารถถอนเงินให้คุณได้เพราะว่าที่นี่เขาไม่นิยมใช้เงินสดกันแล้ว นี่คือการวางกลยุทธ์อย่างหนึ่งของไทยที่จะทำให้บุคคลทั่วไปฝึกวินัยการใช้เงิน

ทุกรอบในการเปิดให้รับเงิน 1,000 บาทไม่เกิน 5-6 ชั่วโมง 10 ก็เต็มทุกครั้งเพราะ มีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าแย่งกันลงทะเบียนไว้ก็ได้ จากความสำเร็จอันล้นหลามที่มีคนเข้ามาใช้บริการรับสิทธิ์กว่า 10 ล้านคนบ้างก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทางลบว่า เป็นการลงทุนที่ประโยชน์เป็นการลงทุนที่ไม่ได้ผล

แต่อีกกระแสตอบรับนึงมีคนบอกว่าเป็นการได้เงินแบบง่ายๆจึงมีคนเรียกร้องให้เปิดเฟส 2  ไม่ใช่มีแต่เพียงการแจกเงิน 1000 เท่านั้น

ยังมีการที่ให้คนเติมเงินเข้าไปในแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง เพื่อใช้จ่ายผ่าน แอปพลิเคชั่น ใช้จ่ายครบ 3,000 บาท จะได้เงินคืนประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์หรือ 4,500 บาท และเมื่อมีการใช้มากกว่า 30,000 บาทก็จะได้คืนอีกเป็นวงเงินไม่เกิน 3,000 บาท ไม่ใช่แต่เพียงผู้รับเงินได้ผลประโยชน์รัฐบาลยังทำอีกแอปนึงชื่อว่า “เป๋าตุง” เป็น App สำหรับผู้ขายเพื่อรับเงินจาก App เป๋าตัง

ถ้ามองในแง่ดีเราทำให้คนมากกว่า 10 ล้านคนใช้กระเป๋าตังอิเล็กทรอนิกส์เป็น ไม่แน่นะคนเราอาจจะได้เห็นสังคมไร้เงินสดในประเทศไทยก็เป็นได้ในอีก 3 5 ปีข้างหน้า ในปีนี้เราอาจจะได้เห็นโครงการคล้ายๆแบบนี้ออกมาอีกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เห็นน่ะตอนนี้แล้วเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ก็คงหนีไม่พ้น หมอนยางพารา แต่โครงการนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบเป็นจำนวนมากเราต้องรอดูว่า ต่อจากนี้ทิศทางในการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นไปในทิศทางไหน